เช็กราคาพริก ราคามะนาว หลังพาเหรดปรับขึ้นราคา

พริก-มะนาว พาเหรดขึ้นราคา มะนาววันนี้ กก.ละ 100 บาท 11 ลูกตกลูกละ 9 บาท ส่วนพริกบ้านเหลือง ปรับขึ้นเป็น กก.ละ 300 บาท

ราคาพริก ราคามะนาว ต่างพาเหรดปรับขึ้นราคาเนื่องจากฝนตกทำให้ผลผลิตนั้นออกมาน้อย คาดว่า ช่วงเทศกาลวันตรุษจีน 2566 นี้ ทั้งพริกและมะนาวจะมีการปรับราคาสูงขึ้นอีก

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ สำรวจราคามะนาว ราคาพริกชนิดต่างๆที่ตลาดทรัพย์สินพลาซ่า เขตเทศบาลนครสงขลา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา พบว่ามีการปรับราคาขึ้น เช่น มะนาว พริกบ้านเหลือง พริกจินดา

ข่าวเศรษฐกิจวันนี้

สำหรับ ราคามะนาว ราคาพริก วันนี้ (12 ม.ค.2566)

– มะนาวแป้นขนาดจัมโบ้ ราคากิโลกรัมละ 100 บาท จากเดิมกิโลกรัมละ 70 บาท โดย 1 กิโลกรัมมีประมาณ 11 ลูก (เฉลี่ยตกราคาลูกละ 9 บาท)

– พริกบ้านเหลือง ราคากิโลกรัมละ 300 บาท จากเดิมกิโลกรัมละ 250 บาท

– พริกจินดาแดง ราคากิโลกรัมละ 120 บาท

– พริกจินดาเขียว ราคากิโลกรัมละ 120 บาท

ทั้งนี้คาดว่า ทั้งพริกและมะนาวมีแนวโน้มที่จะปรับราคาสูงขึ้นอีกในช่วงเทศกาลตรุษจีน 2566 ที่กำลังจะมาถึงในวันที่ 21 มกราคม 2566 นี้

สำหรับพริกบ้านเหลืองจะนิยมนำไปทำเครื่องแกง ซึ่งแต่ละร้านจะทำไม่เหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่จะใช้พริกบ้านเหลืองชนิดนี้ทำเครื่องแกง บางร้านก็ใช้พริกกะเหรี่ยง ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละร้าน เพราะมันมีความเผ็ดเหมือนกัน แต่สำหรับพริกบ้านเหลืองจะมีความหอมที่โดดเด่นโดยเฉพาะร้านใหญ่ๆจะใช้พริกชนิดนี้ แม้ราคาแพงก็ไม่ว่าแต่ขอให้มีของเนื่องจากพริกชนิดนี้นำมาทำเครื่องแกงแล้วมีความอร่อยไม่เหมือนพริกชนิดอื่น โดยร้านอาหารใหญ่ๆจะสั่งพริกชนิดนี้ครั้งละหลายกิโลเพื่อเก็บสำรองเอาไว้ เนื่องจากพริกบ้านเหลืองมีจำนวนน้อยและขาดตลาดบ่อย

นางประภา หนึ่งในแม่ค้าขายผักในตลาดสดทรัพย์สินพลาซ่าสงขลา กล่าวว่า พริกบ้านเหลือง ปรับขึ้นราคาเป็นกิโลกรัมละ 300 บาท ซึ่งเป็นพริกที่ชาวบ้านเขาปลูกเองใน จ.สงขลา ส่วนสาเหตุเนื่องจากของมีน้อยได้ผลผลิตน้อย อีกทั้งช่วงนี้มีฝนตก ส่วนพริกจินดาแดง พริกจินดาเขียว ราคาเป็นกิโลกรัมละ 120 บาท

มะนาว ในช่วงแพงขึ้น มะนาวจัมโบ้ลูกใหญ่ขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 100 บาท ขึ้นมาหลายวันแล้วเพราะของมันน้อย เป็นมะนาวแป้นขนาดจัมโบ้ทั้งหมดตกราคาลูกละ 9 บาท แนะนำข่าวเพิ่มเติม>>> กอบศักดิ์ แนะเกาะติด 7 ปัจจัยตปท. อาจส่งผลกระทบค่าเงินบาท-ส่งออกไทย

กอบศักดิ์ แนะเกาะติด 7 ปัจจัยตปท. อาจส่งผลกระทบค่าเงินบาท-ส่งออกไทย

กอบศักดิ์ แนะเกาะติด 7 ปัจจัยตปท. อาจส่งผลกระทบค่าเงินบาท-ส่งออกไทย

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) กล่าวอภิปราย เรื่อง วิกฤตเศรษฐกิจและพลังงานโลก ในงานสัมมนาวิชาการประจำปี Energy Symposium 2022 ว่า มองการเติบโตของเศรษฐกิจไทย (GDP) ในปี 66 จะขยายตัวได้ 3-4% จากปี 65 ที่คาดขยายตัวได้ราว 3% โดยจะมีเรื่องที่ต้องติดตาม ด้วยกัน 7 เรื่องจากต่างประเทศ คือ 1.ความขัดแย้งระหว่างประเทศเดินหน้าต่อเนื่อง ทั้งสหรัฐ รัสเซีย และจีน 2.การขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และธนาคารกลางต่างๆ 3.การลดลงของเงินเฟ้อโลก 4.การแข็งค่าของเงินดอลลาร์ 5.การเริ่มของ Global Recessions 6.การอ่อนตัวของเศรษฐกิจจีนที่จะชัดเจนขึ้น 7.การก่อตัวของ Emerging Market Crisis

ทั้งนี้สิ่งที่จะกระทบกับผู้ประกอบการในช่วงต่อไป คือ โอกาสของการส่งออกที่จะน้อยลงจากเดิม, ต้นทุนสินค้าที่จะยังผันผวนไปอีกระยะ, ค่าเงินโลกจะยังคงผันผวนและค่าเงินบาทที่จะมีแรงกดดันไปอีกระยะ, ผู้ประกอบการไทยจะได้รับผลกระทบจากสินค้าจีนเมื่อวิกฤตจีนลุกลาม, วิกฤต Emerging Market จะมีหางเลขกระทบมาไทยช่วงหนึ่งเช่นกัน, การขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะทำแบบค่อยเป็นค่อยไป

ข่าวเศรษฐกิจ

ส่วนการขึ้นดอกเบี้ยแบบค่อยเป็นค่อยไปของ ธปท. มองว่า สิ้นปีนี้ดอกเบี้ยของไทยน่าจะอยู่ที่ระดับ 1.25% และหลังจากนั้นจะรอดูความชัดเจนของภาพเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศว่าจะเป็นอย่างไร โดยในปี 66 มองว่า การขึ้นดอกเบี้ยของธปท. จะเป็นไปด้วยความระมัดระวัง และจำกัด โดยอาจจะขึ้นได้เพียง 1-2 ครั้งเท่านั้น และธปท.จะชะลอการขึ้นดอกเบี้ยช่วงกลางปี 66 จาก recessions ในหลายประเทศทั่วโลก ที่จะขยายวงกว้างมากขึ้น ซึ่งเป็นผลจากการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เพื่อดูแลเงินเฟ้อที่พุ่งสูง

สำหรับทิศทางราคาน้ำมันในระยะถัดไปคาดจะอ่อนตัวลง ขณะที่ราคาก๊าซธรรมชาติ ยังคงอยู่ในระดับสูงต่อ จากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ลุกลามบานปลาย, Geopolitics ระหว่างสหรัฐและจีนที่ลุกลามบานปลายขึ้นจากสงครามการค้า